ความต้องการขนนกในยุโรปส่งผลให้เกิดการสังหารและการค้าอย่างคึกคักเป็นเวลาหลายสิบปี ในต้นศตวรรษที่ยี่สิบซึ่งเป็นช่วงที่การค้าเฟื่องฟูที่สุด นิวกินีส่งออกขนนกราว 80,000 ตัวต่อปีเพื่อทำหมวกสตรี กลุ่มอนุรักษ์นกในอังกฤษและสหรัฐฯออกโรงคัดค้าน และการล่าก็ลดลงเมื่อสำนึกในการอนุรักษ์เพิ่มขึ้น ในปี 1908 อังกฤษซึ่งปกครองนิวกินี ได้ออกกฎหมายห้ามล่านกเพื่อการค้าในบางพื้นที่ และในปี 1931 เนเธอร์แลนด์ก็สานต่อ

ปัจจุบันมีกฎหมายห้ามนำนกปักษาสวรรค์ออกจากเกาะยกเว้นเพื่อการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ชนพื้นเมืองนิวกินีนับถือปักษาสวรรค์เนิ่นนานก่อนคนภายนอกจะสนใจ ขนนกที่งดงามเคยเป็นสินสอดทองหมั้น ขณะที่ตัวนกมีบทบาทในตำนานพื้นบ้านในฐานะบรรพบุรุษและสัญลักษณ์ของเผ่า และทุกวันนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น ชนพื้นเมืองคนหนึ่งบอกว่า “เรารักนกพวกนี้ คนในครอบครัวผม คือ ปักษาสวรรค์” จิลเลียน จิลลิสัน นักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยโทรอนโต อาศัยอยู่กับชนพื้นเมืองในนิวกินีมานานกว่าสิบปี เธอบอกว่า “ชาวบ้านมองว่า ขนนกเชื่อมโยงกับวิญญาณ เป็นสัญลักษณ์ของการถือกำเนิดและเป็นจุดกำเนิดของโลกครับ”

เครื่องแต่งกายอันแวววาวและจริตจะก้านในลีลาแห่งการเกี้ยวพาราสี ทำให้ปักษาสวรรค์เป็นศูนย์รวมความลี้ลับทางชีววิทยา ทำไมวิวัฒนาการซึ่งมักคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยเป็นใหญ่ จึงยอมรับและปล่อยให้มีการอวดโฉมงดงามเช่นนี้ ที่สำคัญ ถ้ามองในแง่ชีววิทยาแล้ว การทำตัวให้โดดเด่นเป็นจุดสนใจก็มีอันตรายและยังเป็นการล่อสัตว์นักล่าอีกด้วย

“ธรรมชาติบนเกาะนิวกินีไม่ได้มีเขี้ยวเล็บดุร้าย แต่สวมกระโปรงสีสดและมงกุฎแวววับอย่างเช่นการแสดงของนก” เอ็ด โชลส์ นักชีววิทยาจากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งนิวยอร์ก บอก “ชีวิตบนเกาะค่อนข้างสบายสำหรับปักษาสวรรค์ สิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมือนที่ไหนทำให้นกชนิดนี้มีวิวัฒนาการแบบสุดขั้วอย่างที่เราไม่พบที่อื่น”

ถ้าธรรมชาติโหดร้ายกว่านี้ โชลส์บอกว่า “จะไม่เกิดวิวัฒนาการเช่นนี้หรอกครับ” ป่าของนิวกินีมีผลไม้และแมลงอุดมสมบูรณ์ตลอดปี บนเกาะเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้มีสัตว์นักล่าตามธรรมชาติน้อยมาก เกาะที่ยาว 2,414 กิโลเมตรเคยเชื่อมต่อกับออสเตรเลียจนถึงเมื่อ 8,000 ปีก่อน จึงมีสัตว์ประจำถิ่นคล้ายเพื่อนบ้าน สัตว์มีถุงหน้าท้องและนกมีอยู่มาก แต่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีรก (placental mammal) สูญพันธ์ไปหมดแล้ว จึงไม่มีลิงและกระรอกมาแย่งอาหาร ไม่มีแมวคอยไล่ล่า ทำให้ที่นี่เป็นสรวงสวรรค์ของนก ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 700 ชนิด

เมื่อไม่มีอะไรให้วิตก ปักษาสวรรค์จึงพัฒนาวิธีแข่งขันเพื่อสืบพันธุ์ ลักษณะต่างๆที่ทำให้นกตัวหนึ่งดูน่าสนใจกว่านกอีกตัวหนึ่งได้รับการส่งต่อสู่รุ่นลูกและพัฒนาขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป กระบวนการคัดสรรทางเพศของปักษาสวรรค์เปรียบได้กับ “ทฤษฎีการคัดสรรตามธรรมชาติของชาร์ลส์ ดาร์วิน ที่ทำให้นกสีน้ำตาลชนิดหนึ่งมีจะงอยปากลักษณะต่างๆกัน" โชลส์อธิบาย "ที่นี่การเอาตัวรอดไม่สำคัญเท่าการหาคู่ให้ได้"

นอกจากนี้ชนิดอันหลากหลายของนกในนิวกินียังเป็นผลจากการมีแหล่งอาศัยหลากหลาย ตั้งแต่ทุ่งหญ้าสะวันนาชายฝั่งที่ชุ่มชื้นไปจนถึงป่าเมฆคลุมบนเขา หนองน้ำกระจายอยู่ตามที่ลุ่ม ในขณะที่ผาตั้งและโขดหินชันซ่อนอยู่ลึกเข้าไปในเขตเทือกเขาซึ่งบางยอดสูงถึง 4,877 เมตร

สภาพภูมิประเทศที่เกิดจากภูเขาไฟ แผ่นดินไหว และฝนชุกเขตเส้นศูนย์สูตร เป็นอุปสรรคในการย้ายถิ่น ทำให้นกที่อยู่คนละถิ่นพัฒนาและเกิดสายพันธุ์ใหม่ (ภูมิประเทศที่แบ่งแยกนี้เห็นได้จากความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองด้วย อย่างเช่น ในปาปัวนิวกินีซึ่งอยู่ตะวันตกของเกาะ มีภาษาพูดมากกว่า 750 ภาษา)

พื้นที่ส่วนใหญ่บนเกาะนิวกินียังเป็นป่าบริสุทธิ์ สัตว์ป่ายังไม่ได้รับการสำรวจอย่างครบถ้วน นักวิทยาศาสตร์สำรวจเทือกเขาโฟจาในจังหวัดอีเรียนจายาของอินโดนีเซีย ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของเกาะ

 

นกปักษาสวรรค์ หางบ่วงขาว

นกปักษาสวรรค์

posted on 24 Mar 2009 10:03 by anakin8003

 

นกหนุ่มโค้งคำนับ มันค้อมหัวต่ำด้วยอากัปกิริยาสง่างาม แม้ในขณะที่แผงขนสีดำที่เปรียบดุจเสื้อคลุมกำมะหยี่เลิกขึ้นจนเห็นสีข้างสีอ่อน ขนตั้งๆบน

กระหม่อมเคาะพื้นเป็นจังหวะ หนึ่ง สอง หนึ่ง สอง เวทีของนักแสดงผู้นี้คือลานดินที่เจ้าตัวปัดกวาดทำความสะอาดและบรรจงคาบรากไม้มาโรยเหมือน

กลีบดอกไม้บนทางเดินเจ้าสาว ส่วนผู้ชมคือบรรดานกสาวๆที่ขยับปีกไปมาอย่างกระตือรือร้นบนคาคบไม้เหนือขึ้นไป แต่สาวๆเหล่านี้มีความสนใจเพียง

ประเดี๋ยวประด๋าว เจ้านกหนุ่มจึงเริ่มการแสดงด้วยการเขย่งขาผอมๆจนดูคล้ายระบำปลายเท้าของนักบัลเลต์ ก่อนจะหยุดเพื่อสร้างอารมณ์ให้ผู้ชม และ

เริ่มออกลีลาร่ายรำอีกครั้ง

มันก้มหน้าและผงกหัวไปมา ขนตั้งๆบนหัวเคาะเป็นจังหวะ มันกระโดดและสะบัดตัว ปีกกระพือบ้างหุบบ้าง หนวดที่คางสะบัดพลิ้ว การแสดงของเจ้านกได้

ผลดังใจปรารถนา นางนกสาวที่อยู่ใกล้ที่สุดส่ายตัวไปมาเป็นการเชื้อเชิญ พ่อหนุ่มนักเต้นโผเข้าใส่อย่างไม่รอช้า พร้อมพ่นเสียงดังออกทางจมูก ปีกที่

โบกกระพือไปมาทำให้เห็นไม่ชัดเจน และมองไม่ออกว่าการผสมพันธุ์สำเร็จหรือไม่ แต่ไม่เป็นไร เพราะอีกไม่นานการแสดงชุดใหม่ก็จะเริ่มขึ้น ผืนป่าอัน

ชื้นฉ่ำและเต็มไปด้วยเถาวัลย์ของเกาะนิวกินีคือเวทีการแสดงอันพิเศษพิสดารของธรรมชาติ ซึ่งก็คือเกมหาคู่ของเหล่าปักษาสวรรค์ ไม่มีนกชนิดอื่นใดใน

โลกต้องวุ่นวายกับการสืบพันธุ์ด้วยวิธีนี้

นกหนุ่มจะทำให้สาวช่างเลือกตกตะลึงตาค้างด้วยการแต่งองค์ทรงเครื่องราวกับนักแสดงบนเวที ทั้งขนสั้นเกรียนที่ดูเหมือนเสื้อกั๊ก เกราะอกมันวาว บนหัว

มีริบบิ้นและหมวก พร้อมด้วยหนวด เหนียงคอ และขนโค้งยาวที่ดูคล้ายหนวดเขี้ยวโง้ง ขนยาวๆสีแดง เหลือง และฟ้า อวดสีสดใสตัดกับสีเขียวครึ้มของป่า

ดิบชื้น เรายังไม่รู้ว่าการผสมผสานขนสีสดใสและท่าเต้นนี้สร้างความเร้าใจอย่างไร แต่ดูเหมือนว่ายิ่งฉูดฉาดเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น

ปักษาสวรรค์ซึ่งเป็นญาติสีฉูดฉาดของนกราเวนและกา คือปรากฏการณ์พิเศษของนก ซึ่งวิวัฒน์จากเครือญาติที่มีสีสันธรรมดาเมื่อหลายล้านปีก่อน จนมีถึง

38 สายพันธุ์ เฉพาะเกาะนิวกินีและหมู่เกาะรอบๆก็เป็นถิ่นอาศัยของนกชนิดนี้ 34 สายพันธุ์แล้ว ปักษาสวรรค์ตัวแรกๆเข้าสู่ยุโรปในฐานะของขวัญที่

นิวกินีส่งมาถวายแด่กษัตริย์ในตะวันตก โดยมากับกองเรือของแมกเจลเลนและเทียบท่าสเปนเมื่อปี 1522

ลือกันว่านกประหลาดเหล่านี้มาจากแดนสวรรค์ ที่ซึ่งพวกมันสามารถเหินขึ้นสู่ฟากฟ้าได้โดยไม่ต้องขยับปีกและเท้าไม่แตะผืนโลก (ตำนานอาจมีที่มาจาก

ข้อเท็จจริงที่ว่า นกชนิดนี้ถูกตัดปีกและเท้าออกในการค้าขนนก) ปักษาสวรรค์ที่มีชีวิตอยู่ในป่าธรรมชาติทำให้นักท่องเที่ยวชุดแรกๆตะลึงลาน “ผมถือปืน

ค้างอยู่ในมือ มัวแต่ตะลึงงันจนยิงไม่ออก” เรอเน เลอส์ซง นักธรรมชาติวิทยา เล่า เขาเดินทางมายังนิวกินีเมื่อปี 1824 และเป็นคนแรกที่บันทึกการพบนก

ชนิดนี้ “เหมือนดาวตกที่ทิ้งลำแสงยาวเหยียดไว้ตอนพุ่งผ่านท้องฟ้า”

 

ปักษาสวรรค์ทับทิม

ปักษา สวรร์ค์ หงอนขาว 

 

edit @ 24 Mar 2009 10:42:11 by anakin

edit @ 25 Mar 2009 11:41:09 by anakin

นมตำเลีย

posted on 18 Mar 2009 16:53 by anakin8003

นมตำเลียนมตำเลียนมตำเลีย 

นมตำเลีย

ดอกไม้งามอย่างพอเพียง
ในบรรดาดอกไม้หลายสิบชนิดที่คอลัมน์นี้นำเสนอมาแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีชนิดใดที่มี ชื่อแปลกเหมือนดอกไม้ที่จะนำเสนอในครั้งนี้ เลย รวมทั้งยังมีคุณลักษณะพิเศษเป็นดอกไม้ขนาดเล็กแต่ไม่เล็กเกินไป หรืออาจจะเรียกได้ว่ามีขนาด "พอเพียง" อีกด้วย  นับว่ามีความทันสมัยเหมาะกับยุคนี้เป็นอย่าง ยิ่ง ดอกไม้ชนิดนี้มีนามว่า "นมตำเลีย"

นมตำเลียมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า  Hoya  ovalifolia & Wight Arn  อยู่ในวงศ์ Asclepiadaceae  เป็นไม้เถาขนาดเล็ก ในธรรมชาติมักอาศัยอยู่บนต้นไม้ ทุกส่วนของลำต้นมียางสีขาว
ใบ เป็นใบเดี่ยวออกเป็นคู่ๆ ตามข้อเถา ใบหนาผิวมัน ขอบใบเรียบ รูปใบคล้ายหัวใจ กว้างยาวราว ๖ เซนติเมตร
ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยมากมาย แต่ละดอกประกอบด้วยกลีบด้านนอก ๕ กลีบ และกลีบเล็กอีก ๕ กลีบทาบติดกับกลีบด้านนอก กลีบดอกเต่งตึงเป็นมันคล้ายทำด้วยเทียน หรือขี้ผึ้ง ดอกมีกลิ่นหอม
ผล นมตำเลีย มีผลเป็นฝัก ผิวของฝักมีขนอ่อนปกคลุม

นมตำเลียที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับปัจจุบันมีหลาย พันธุ์  แต่ละพันธุ์มีลักษณะดอกและสีดอกแตกต่างกันออกไป  เช่น  สีแดง  ชมพู  เหลือง  และขาว  เป็นต้น
ชื่อที่ใช้เรียกนอกจากนมตำเลียแล้ว  ก็มี นมตำเรีย  นมมาเลีย(ภาคกลาง)  เนื้อมะตอม(ภาคเหนือ)  ภาษาอังกฤษเรียก WAX PLANT

นมตำเลียชอบที่ร่ม มีความชื้นและแสงสว่างพอ ประมาณ ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด ตอน หรือปักชำ
นมตำเลียมีขนาดเล็กเหมาะสำหรับปลูกในกระถาง แขวน ปลูกไม่ยาก รูปทรงลำต้น ใบ และดอก กะทัดรัด  งดงาม น่ารัก ไม่ฉูดฉาดหรูหรา หรืออาจจะเรียกว่า "งามอย่างพอเพียง" ได้

นอกจากนี้ ยางจากลำต้นยังนำไปปรุงเป็นยาขับปัสสาวะได้ด้วย 

 

edit @ 18 Mar 2009 17:01:57 by anakin

edit @ 18 Mar 2009 17:06:34 by anakin